บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์ คือ อะไร เกมที่ชื่อว่าบาคาร่า มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี โดยเรียกเกมนี้ว่า baccarat ในภาษาอิตาลีแปลว่า 0 เนื่องจากหน้าไพ่ที่เป็นเลข 10 กับหน้าไพ่ที่เป็น J Q K นั้นมีค่าเท่ากับ 0 เป็นเวลานานหลายศตวรรษที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่า บาคาร่า เป็นเกมสำหรับ คนชนชั้นสูงเท่านั้น ด้วยการเล่นที่ต้องใช้กระดานบาคาร่า และดีลเลอร์ ภายในห้องที่ปิดเงียบ ประดับด้วยม่านกำมะหยี่ และเก้าอี้สุดพรีเมี่ยม เพื่อให้มีสามธิในการเล่น

วีธีการเล่นบาคาร่า

บาคาร่าจะมีวิธีการเล่นที่เหมือนกับไพ่ป็อกเด้ง ที่ผู้ชนะในตานั้น คือ ผู้ที่ถือแต้มหน้าไพ่ 8 หรือ 9 แต่บาคาร่าจะมีวิธีการเล่นที่แตงต่างออกไป เพราะคุณไม่ได้เป็นคนลุ้นไพ่เอง แต่คุณคือผู้ชม ที่สามารถพนันฝ่ายใดในเกมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ว่า ฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ ด้วยวิธีการวางเงินเดิมพัน ตามช่องกระดาน ซึ่งแต่ละช่องนั้นจะมีอัตราการจ่ายรางวัลที่แตกต่างกันออกไปอีก เมื่อเริ่มเกมสืจะมีดีลเลอร์ หรือคนแจกไพ่ แจกไพ่ให้ทางฝั่งเจ้ามือ และ ผู้เล่น ฝั้งละ 2 ใบ โดยไพ่ที่นำมาแจกนั้นจะใช้ไพ่ 6 – 8 สำรับ ทำให้แต่ละตามีไพ่มากกว่า 300 ใบ แล้วคุณก็มีหน้าที่แค่วางเดิมพันว่าฝ่ายใดจะมีแต้มหน้าไพ่สูงกว่าเท่านั้นเอง

การนับแต้ม

แต้มและหน้าไพ่ของแต่ละใบจะไม่เหมือนกัน การนับแต้มบาคาร่าก็เหมือนกับการนับแต้ม ไพ่ป็อก นั่นก็คือ

10 , J , Q , K มีแต้มเท่ากับ 0

A มีค่าเท่ากับ 1

ส่วนไพ่ใบอื่นๆ จะมีแต้มเท่ากับตัวเลขที่อยู่บนหน้าไพ่

การนับแต้ม เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีแต้มสูงกว่า ฝ่ายนั้นถือว่าชนะ หรือเมื่อเปิดไพ่ 2 ใบแรกมาแล้วได้แต้ม 8 หรือ 9 ถือว่าฝ่ายนั้นชนะในตานั้น โดยไม่ต้องเปิดไพ่ใบที่ 3 ส่วนการจั่วไพ่ใบที่ 3 นั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายเปิดไพ่ 2 ใบแรกแล้ว แต่ยังไม่สามารถตัดสินการแพ้ ชนะ ได้ (ยังไม่มีฝ่ายใด ได้แต้มหน้าไพ่ 8 หรือ 9 ) ก็จะมีกฏการจั่วไพ่ใบที่ 3

ฝั่งผู้เล่น

1. มีแต้มตั้งแต่ 0 – 5 ควรที่จะจั่วไพ่เพิ่ม เพื่อเพิ่มอัตราการชนะที่สูงกว่า

2. มีแต้ม 3 – 6 จั่วเพิ่มหรือไม่ก็ได้

3. มีแต้ม 8 – 9 ชนะในตานั้นทันที

ฝั่งเจ้ามือ

1. มีแต้ม 0 – 2 ควรจั่วเพิ่ม

2. มีแต้ม 3 – 6 จั่วเพิ่มหรือไม่ก็ได้

3. มีแต้ม 7 ควรอยู่ไพ่

4.มีแต้ม 8 – 9 คือชนะในตานั้นทันที

การเลือกวางเดิมพันและเทคนิคการวางเดิมพัน

หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่า การเล่นพนันนั้นต้องมีเทคนิค และการเลือกการวางเดิมพันที่เหมาะสม ซึ่งวิธีการวางเดิมพันของบาคาร่าจะแตกต่างจากไพ่ป็อก ตรงที่ คุณวางเดิมพันระหว่าง เจ้ามือ และ ผู้เล่น แล้วรอลุ้นไพ่ที่กำลังจะเปิด ไม่ได้เป็นคนเปิดลุ้นไพ่เอง โดยอัตราการเดิมพันจะแตกต่างกันออกไปตามตำแหน่งที่คุณวาง คือ

1. เลือกเดิมพันฝั่งผู้เล่น ( Player ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:1 เช่น เมื่อเราวางเงินไป 1000 บาท จะได้กลับคืนมา 1200 บาท

2. เลือกวางเดิมพันฝั่นเจ้ามือ ( Banker ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:0.95 โดยจะหักค่าคอมมิชชั่น 0.05%

3. เลือกวางเดิมพันแบบเสมอกัน ( Tie ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:8 แต่ถ้าในตานั้นคุณเดิมพันฝั่งผู้เล่น หรือ เจ้ามือเอาไว้คุณก็จะได้รับเงินวางเดิมพันคืน ในกรณที่เกิดแต้มเสมอกัน

4. ผู้เล่นไพ่คู่ ( Bangker Pair ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:11 โดยเลือกทายเดิมพันว่าฝั่งเจ้ามือจะได้ไพ่ 2 ใบแรกเป็นไพ่ที่แต้มเท่ากัน

5. ดับเบิ้ลคู่ ( Perfect Pair ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:25 โดยเลือกทายเดิมพันว่าทั้งทางฝั่งเจ้ามือ และ ฝั่งผู้เล่น จะได้ไพ่ 2 ใบแรกที่แต้มเท่ากัน

6. ดับเบิ้ลเดี่ยว ( Any Pair ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:5 โดยให้เลือกทายเดิมพันว่าจะมีไพ่ 2 ใบแรก เป็นไพ่ที่แต้มเท่ากัน ซึ่งจะออกฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ได้รางวัล

7. เดิมพันใหญ่ ( Big ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:0.5 โดยเดิมพันว่าในตานั้นจะมีการจั่วไพ่ ใบที่ 3 เกิดขึ้นจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

8. เดิมพันเล็ก ( Small ) จะได้รับอัตรารางวัลแบบ 1:1.5 โดยเดิมพันว่าในตานั้นจะจบเกมโดยไมามีการจั่วไพ่เพิ่ม ทั้งจากฝั่งผู้เล่น และ ฝั่งเจ้ามือ

เทคนิคการวางเดิมพัน

สำหรับเทคนิคการวางเดิมพัน มีอยู่ 2 สูตร ซึ่งเป็นสูตรที่หลายคนเล่นแล้วได้กำไรจากการเล่น ได้แก่

1. สูตรตามมังกร การเกิดไพ่มังกรในเกมบาคาร่านั้น ให้คุณคิดไว้เลยว่า คุณอาจจะเป็นผู้โชคดีแน่ ๆ เพราะไพ่จะออกผลชนะอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งตลอด และติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง ให้คุณวางเดิมพันไปฝั่งที่ชนะติดต่อกันได้เลย จนกว่าไพ่จะเปลี่ยนไป

2. สูตรปิงปอง เมื่อสังเกตุการเล่นมาได้สักพักแล้ว พบว่าฝั่งเจ้ามือ และผู้เล่นมีการแพ้ชนะสลับกัน ให้คุณนับดูว่าเกมเข้าสูตรปิงปองอยู่กี่ครั้ง จากนั้นให้คุณวางเดิมพันสลับฝั่งไปมาตามจำนวนที่นับได้เลย